(Please find Thai version below)

On the previous 2019 Asanha Bucha Day, Somdej Phra Ariyavongsagatayan, the Supreme Patriarch of Thailand stated that

“One important practice to end suffering which we should consider carefully, and prepare to use in everyday life, including “right speech” . In the society where many groups of people live together, people communicate with each other through electronic devices, the faster and easier the communication, the more “false speech” or the verbal misconduct widely occurring. Rude words, lying and nonsensical speech are a major cause of disagreements, resentment and distrust.

Therefore, may all of you spend this Asanha Bucha Day and this Buddhist Lent Day as an opportunity to review yourself and set a resolution to live with “right speech”. Speaking words that are nice, sweet, and sincere as well as using proper language for the happiness of one’s own family, community and the nation.”

This is a noble teaching that is right to the point of the problem occurring these days, which should be practiced in order not to let the mind being lured to do bad deeds and exploit oneself and others.

Do not think that speaking rude words is cool. One who often uses those words and lets the mind be familiar with them shows that his mind was overshadowed with evil power.

One who has purified mind and is persistently observing the precepts will not be able to speak those offensive words.

Valuing false speech and defamation has caused many people in the society to be hurt and offended.

Promoting that action will be sinful for oneself with consequences to pay back.

Remember that it must not be us who do that.

We must not live with any false speech.

Although the world is dark, not everyone has to go with that dark flow.

Master Acharawadee Wongsakon

July 23, 2019

[Quote]

The Supreme Patriarch of Thailand knew that there are widespread of “false speech” in the society. Therefore, the Venerable taught that rude words, lying and nonsensical speech are a major cause of disagreements, and also taught us to live with “right speech”.

However, Buddha’s land is full of vulgar and slandering words, which seems to be normal behavior. No matter what rude words others use, remind yourself that we will not be like them and will not support those who speak any false speech.

“วจีทุจริต นำมาแต่ความมัวหมอง”

ในวันอาสาฬหบูชา ปี 2562 ที่ผ่านมา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรมตอนหนึ่งความว่า

“ข้อปฏิบัติสำคัญเพื่อความพ้นทุกข์ประการหนึ่ง ซึ่งเราทั้งหลายพึงพินิจพิจารณาให้ถ้วนถี่ พร้อมน้อมนำมาเป็นวิถีปฏิบัติประจำชีวิตได้แก่ “สัมมาวาจา” ที่แปลว่า การเจรจาชอบ ในสังคมที่มีบุคคลหลายหมู่คณะอยู่ร่วมกัน มีผู้คนเจรจาติดต่อกันผ่านอุปกรณ์ การสื่อสารอันรวดเร็วและง่ายดายขึ้นนั้นย่อมทำให้ “วจีทุจริต” หรือการประพฤติชั่วทางวาจาปรากฏขึ้นอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ คำเท็จ คำหยาบ คำส่อเสียดและคำเพ้อเจ้อเหลวไหล ล้วนเป็นต้นเหตุใหญ่ของความวิวาทบาดหมาง ความขุ่นเคืองและความคลางแคลงใจกัน เพราะฉะนั้นจึงขอสาธุชนทุกท่าน อาศัยดิถีอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาที่มาบรรจบถึง เป็นโอกาสทบทวนจิตใจและตั้งปณิธานว่าจะดำเนินชีวิตด้วย “ปิยวาจา” พูดจาด้วยถ้อยคำที่ไพเราะอ่อนหวาน จริงใจ ไม่พูดหยาบคายก้าวร้าว พูดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์เหมาะสำหรับกาลเทศะ เพื่อความผาสุกร่มเย็นของตนเอง ครอบครัว ชุมชนและสังคมประเทศชาติสืบไป”

เป็นคำสอนอันแสนประเสริฐและตรงกับปัญหาที่เกิดขึ้นในยุคสมัย ที่พึงนำมาใส่เกล้าใส่กระหม่อม น้อมใจปฏิบัติไม่ให้จิตหลงไปในทางต่ำ จนก่อให้เกิดการกระทำที่ทุจริต เบียดเบียนตนและผู้อื่น

อย่าคิดว่าการพูดคำหยาบคาย เป็นเรื่องเท่ ถ้าพูดคำหยาบคายเป็นนิจ และปล่อยจิตให้ชาชินอยู่กับการกระทำนั้น แสดงให้เห็นว่าจิตใจของตนถูกครอบงำด้วยอำนาจสกปรกที่ฝังในจิตใจ จิตที่สะอาดหมั่นดำรงตนในศีลธรรม จะมิอาจพูดจาด้วยมิจฉาวาจาทั้งหลายนั้นได้

การให้คุณค่าหรือราคากับการพูดเท็จ พูดส่อเสียด เบียดเบียน ใส่ร้าย ทำให้หลายคนในสังคมบอบช้ำและเจ็บปวดมามากต่อมาก การส่งเสริมการกระทำนั้น จะตกเป็นบาปแก่ตนเองที่จะมีวิบากให้ต้องชดใช้

ขอให้ระลึกว่า ผู้ที่ทำเช่นนั้น ต้องไม่ใช่เรา

เราต้องไม่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยวจีทุจริตทั้งปวง

แม้โลกจะมืด แต่ใช่ทุกคนต้องมืดตาม

อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล

23 กรกฎาคม 2019